Uncategorized

มาที่ศิษย์เอกของเทพบรมวิสุทธ์กันบ้าง โป๊ยเซียน คือกลุ่มเซียนแปดองค์ แต่ละองค์มีความสามารถที่แตกต่างกันคือ ทิก้วยลี้ เซียนแหง่ยาและการักษาโรคภัยไข้เจ็บ ฮั่นจงหลี เซียนแห่งโชคลาภและการปกครอง ลื่อตงปิน เซียนแห่งธุรกิจการค้า เจียงกั๋วเล้า เซียนแห่งความมั่นคงและอายุยืน

น่าไฉ่หัว (หลันไฉ่เหอ) เซียนแห่งบุปผชาติลความอุดมสมบูรณ์ หานเซียงจื่อเซียนแห่งการพยากรณ์และการดนตรี เซาก๊กกู๋ เซียนแห่งศถาบรรดาศักดิ์ ราชการและ ความซื่อสัตย์ และสุดท้ายเซียนหญิงหนึ่งเดียว ฮ่อเซียนโกว เซียนแห่งความดีงามกตัญญู

ตำนานที่ผู้คนนิยมนำมาวาดภาพกันคือ “แปดเซียนข้ามสมุทร” เรื่องมีอยู่ว่าเกิดโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คน มีเพียงยาวิเศษที่ทะเลตะวันออกเท่านั้นที่จะรักษาได้

แต่ไม่เคยมีใครข้ามทะเลจะวันออกที่แสนจะอันตรายนี้ไปได้ แถมมังกรเจ้าถิ่นทีเฝ้ายาวิเศษอยู่ก็ยังดุชะมัดยาด

เพราะแบบนั้นเหล่าเซียนทั้งแปดที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีทั้งคนแก่และคนหนุ่ม มีทั้งคนขี่แหล่และคนหล่อ จึงต้องผนึกกำลังเรนเจอร์กัน เดินทางข้ามสมุทรไปขึ้นเวทีไฟท์กับมังกรแห่งทะเลตะวันออก และช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้ปลอดภัยได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ตำนานนี้ยังเป็นที่มาของสำนวนจีนที่มีความหมายว่า “คนทุกคนล้วนมีความสามารถเฉพาะตัว มีความถนัด และมีหนทางเป็นของตัวเอง”

     

         ในเมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ไมได้เป็นเทพสูงสุดแล้วใครกันนะที่เป็นเทพสูงสุด ขอแนะนำเทพสามวิสุทธิ์ ผู้ปกครองสูงสุดแห่งจักรวาลทั้งหมด ประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้น 36 ซึ่งเป็นชั้นที่มีเพียงพระพุทธเจ้าลำระอริยะสงฆ์ผู้เป็นสาวกประทับอยู่เท่านั้น แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้จะทำยังไงก็ต้องยอมฟังทั้งสามท่านนี้ ยิ่งใหญ่ไหมหละ

เทพสามวิสุทธิ์ถือเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต 3 อย่างคือ ลมหายใจ หัวใจ และจิตวิญญาณ ประกอบไปด้วย

“เทพหยกสามวิสุทธิ์” ผู้สร้างโลกมนุษย์กับนางฟ้า ท่านเคยเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้แห่งสวรรค์พระองค์แรก แต่เกิดเบื่อหน่ายกับความเรื่องเยอะของมวลนมุษย์ จึงประกาศสละตำแหน่ง และเปิดโอกาสให้คนที่ดีมีความสามารถเข้ามาทำงานแทน และเลื่อนขั้นขึ้นเป็นเทพหยกวิสุทธิ์ ถือลูกแก้วเป็นสัญลักษณ์

“เทพเหนือวิสุทธิ์” ผู้คิดค้นการเปลี่ยนอปลงของพลังหยินหยางอันเป็นสมดุลของจักรวาล ถือคฑาหยูอี้เป็นสัญลักษณ์ และ

“เทพบรมวิสทธิ์” ผู้เป็นปรมาจารย์ลัทธิเต๋าและเป็นที่ปรึกษาของเง็กเซียนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และเป็นพระอาจารย์ของ “แปดเซียน” ถือแส้จามรีเป็นสัญลักษณ์

สามตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งถาวร ขาเก้าอี้มั่นคง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามวาระใดๆ เรายังสามารถไปสักการะเทพทั้งสามองค์นี้ได้ที่วัดเผิงอิ๋งเซียน เกาะฮ่องกง ท่านจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่เข้ามารุกรานทำให้วุ่นวายในชีวิตและประทานพรให้ทุกคนอายุยืน (หมื่นๆปี) ล่ะ

เทพเอ้อหลางไม่ใช่ขุนพลเทพธรรมดานะ เพราะเขามีศักดิ์เป็นถึงหลานของเง็กเซียนฮ่องเต้เลยล่ะ แม่ของเขาผู้เป็นน้องสาวของเง็กเซียนฮ่องเต้
นางละเมิดกฎสวรรค์ด้วยการไปรักกับมนุษย์ที่เป็นบัณฑิต และมีลูกด้วยกันชื่อ “เอ้อหลาง” องค์เง็กเซียนและเจ้าแม่ซีหวังหมู่จึงนำตัวนางไปขังไว้ที่เขาเถาซานเป็นการลงโทษ เทพเอ้อหลางจึงต้องทำความดีนับแสงครั้ง เพื่อปลดปล่อยมารดาของตนให้เป็นอิสระ
โดยวีกรรมครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของเขาคือ การช่วยบิดาปราบมังกรที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร เป็นผลให้อุทกภัยที่เหล่ามนุษย์ได้ประสบอยู่นั้นทุเลาลง ผู้คนที่ทราบข่าวจึงพากันเคารพกราบไหว้เขาประดุจเทพเจ้า และเมื่อเขาได้ทำความดีหลายต่อหลายอย่างมากยิ่งขึ้น มนุษย์จึงเรียกขานเขาในนาม “เทพเอ้อหลาง”
ในตอนที่เห้งเจียขึ้นไปอาละวาดบนสวรรค์ เทพเอ้อหลางเป็นเทพเพียงองค์เดียวที่สามารถต่อกรกับลิงจอมป่วนได้อย่างถึงพริกถึงขิง (ถึงแม้จะไม่ชนะอย่างเด็ดขาดก็เถอะ)
ภายหลังจากการต่อยกับเห้งเจียบ่อยครั้งเข้า จากศัตรูก็เริ่มรู้ใจกลายเป็นเพื่อนสนิท และเห้งเจียเองก็มีบนบาทสำคัญในการช่วยเทพเอ้อหลางให้ปลดปล่อยมารดาจากที่คุมขังได้สำเร็จอีกด้วย
เทพเอ้อหลางได้ขึ้นไปเป็นเซียนอยู่บนสวรรค์ โดยได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ มีเห่าฟ้าซึ่งเป็นสุนัขสวรรค์เป็นสัตว์เลี้ยง ทว่าเขาเป็นเทพเพียงองค์เดียวที่ไม่ยอมรับฟัง “คำสั่ง” ของเง็กเซียนฮ่องเต้ นอกจาก “คำชี้แนะ” เท่านั้น

เจ็ดนางฟ้า โฉมงามแห่งสวรรค์

        ธิดาบุญธรรมของเง็กเซียนฮ่องเต้ พวกนางเคยเป็นมนุษย์ ประกอบคุณงามความดีจนได้เป็นเทพธิดาบนสวรรค์ และเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ได้รับพวกนางเอาไว้เป็นพระธิดา

นางฟ้าที่มีรูปโฉมงดงามมากที่สุดคือนางฟ้าองค์ที่เจ็ด ซึ่งมีฝีมือในการทอผ้า ตามตำนานเล่าว่าหนุ่มเลี้ยงวัวรูปงามไม่มีเงินไปสู่ขอภรรยา เจ้าวัวที่เขาเลี้ยงไว้เลยแนะนำให้เขาไปดักรอเจ็ดนางฟ้าที่จะลงมาเล่นน้ำที่โลกมนุษย์ ให้ขโมยแถบผ้าทิพย์ของนางไว้ นางก็จะกลับสวรรค์ไม่ได้ และยอมแต่งงานกับเขาเอง หนุ่มเลี้ยงวัวจึงทำตาม

ทั้งสองคนแต่งงานและอยู่กินจนมีลูกด้วยกัน แต่แล้วเง็กเซียนฮ่องเต้ส่งคนให้มาพานางฟ้ากลับไป หนุ่มเลี้ยงวัวเสียใจมาก เจ้าวัวจึงยอมสละตัวเองให้เจ้านายถลกหนังใช้คลุมหัว เพื่อไปตามหาภรรยาบนสวรรค์ พอเง็กเซียนฮ่องเต้กับเจ้าแม่ซีหวังหมู่รู้เข้าก็โกรธมาก ให้ปิ่นปักผมกรีดท้องฟ้าให้กลายเป็นแม่น้ำกว้าง (หรือทางช้างเผือก) โดยนางฟ้าอยู่ทิ่มฝั่งด้านหนึ่ง ส่วนหนุ่มเลี้ยงวัวกับลูกๆอยู่ที่ริมฝั่งอีกด้านหนึ่ง เจ้านกกางเขนสวรรค์สงสารจึงเสนอตัวช่วยด้วยการต่อตัวเป็นสะพานให้เขาไปพบกับภรรยาได้ปีละหนึ่งครั้ง

และนี่คือที่มาของเทศกาลแห่ง ความรักของจีน (วันที่เจ็ดเดือนเจ็ด) ที่นอกจากหนุ่มสาวจะได้สารภาพรักกันแล้ว พวกผู้หญิงยังจะทำการเสี่ยงทายด้วยการทำงานฝีมือต่างๆ เช่น การสนเข็ม และตามหาแมงมุมนำโชค เป็นต้น

 

ตำนาน สุราอายุวัฒนะ

 

        เจ้าแม่ซีหวังหมู่เป็นเทพีผู้มีเมตตาต่อสตรี โดยไม่เลือกว่าจะเป็นนางฟ้าหรือมนุษย์ ขอแค่เป็นคนดีมีน้ำใจ พระองค์ก็พร้อมจะรับเข้ามาอยู่ในความอุปถัมภ์ เช่นเดียวกับสาวน้อยแสนงาม จิตใจดี เช่น แม่นางน้อย “หมากู” เป็นต้น

เรื่องราวเริ่มต้นที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์ฉินมีธิดาอยู่คนหนึ่ง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยฝีดาษตะปุ่มตะป่ำ แกลับมีจิตใจที่งดงามและเฉลียวฉลาดอย่างมาก จึงให้ชื่อว่า “หมากู” แปลว่าสาวน้อยฝีดาษ

เมื่อครั้งเสด็จพ่อของหมากู สร้างกำแพงเมืองอันยาวเหยียดเป็นประวัติศาสตร์นั้น ได้มีการเกณฑ์แรงงานผู้คนมากมายทำงานกันทั้งวันทั้งคืน หมากูสงสารพวกคนงาน จึงแอบวางแผนให้พวกเขาได้พักผ่อนกันมากขึ้น และคอยหาข้าวหาน้ำมาแจกจ่าย

แต่พอเสด็จพ่อของเธอรู้เรื่องนี้เข้า ก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าเธอจงใจทำงานของพระองค์ล่าช้า และไล่ตีอย่างหนักจนเธอต้องหนีขึ้นไปบนภูเขา แต่ถึงกระนั้น เสด็จพ่อจอมโหดก็ยังไม่ยอมหยุด ถึงขั้นสั่งภูเขาทั้งลูก เพื่อให้ลูกสาวที่แสนดีเกินหน้าตายๆไปเสีย

เจ้าแม่ซีหวังหมู่สงสาร จึงบันดาลให้เกิดฝนตก เพื่อช่วยชีวิตหมากูเอาไว้ และเสด็จลงมารับตัวเธอไปเป็นศิษย์ หมากูฝึกฝนตนจนกลายเป็นเซียนสาวแสนสวย หมากูน้อยไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพระคุณของเจ้าแม่ซีหวังหมู่ได้

นอกจากหมักเหล้าที่มาจากผลท้อ (ซึ่งก็มาจากสวนท้อของเจ้าแม่เองนั่นแหละ) กลายเป็นสุราวิเศษที่ช่วยให้มีอายุยืนยาว แต่จะมีให้ดื่มก็เฉพาะงานเลี้ยงของเจ้าแม่เท่านั้น

 

แวะคุยกันก่อน ต่อจากเปิดตำนานเทพเจ้าอียิปต์ เปิดตำนานเทพเจ้ากรีก และสงครามเทพเจ้าไวกิ้ง Ragnarok พี่ฟ้อกกี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้ามาฝากอีกแล้ว นั่นก็คือ เปิดตำนานเทพเจ้าจีนเล่มนี้นั่นเอง ชื่อของเทพเจ้าหลายๆ องค์ในเล่มนี้น่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกวนอูผู้ซื่อสัตย์ เปาบุ้นจิ้นผู้เที่ยงธรรม พระผูไลผู้กำราบเห้งเจีย พี่ฟ็อกกี้จะพาไปรู้จักประวัติความเป็นมาของเทพเจ้าทั้งหลาย รวมถึงเกร็ดเล้กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจอย่างเช่น ทำไมในบ้านชาวจีนถึงตั้งตี่จู้เอี้ยไว้บนพื้น ใครเป็นผู้คิดค้นอักษรจีนอันแสนมากมายและจำยากขนาดนี้ ว่าแล้วก็ไปอ่านกันเลย

เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพผู้ปกครองสวรรค์

            ความเชื่อของลัทธิเต๋า สวรรคืมีทั้งสิ้น 36 ชั้น โดยชั้นที่ 1-16 นั้นถือว่าเป็นสวรรค์ชั้นต้นสำหรับคนที่ทำความดีสะสมแต้มจนครบได้ขึ้นไปเป้นเทพเซียนชั้นที่17-33 เป็นชั้นของพระโพธิสัตว์ และชั้น 34-36 นั้นเป็นชั้นพุทธภูมิ สำหรับผู้ที่หลุดพ้นจากทางโลกโดยสิ้นเชิงหรือนิพพานแล้ว เง็กเซียนอ่องเต้ หรือ อวี้ตี้ เป็นชื่อที่คอหนังจีนต้องคุ้นเคยกันอยู่บ้างในฐานะเทพผู้ปกครองสรวงสวรรค์ สถิตอยุ่ ณ ชั้น 33 และสาเหตุที่ต้องเปรียบเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตำแหน่งนี้ไม่มีการผูกขาด แต่เปลี่ยนไปได้ตามวาระนั่นเอง บทกวีนิมิตเซียน ในสมัยราชวงศ์ซ่งได้เล่าว่า กาลครั้งหนึ่ง ฮองเฮาฝันว่ามีผู้เฒ่าอุ้มเด็กทารกมาให้ ไม่นานพระนางก็ตั้งครรภ์ ต้องอุ้มท้องอยุ่นานถึงหนึ่งปีเต็ม ถึงได้คลอดพระโอรสออกมาสืบทอดราชบัลลังต่อไป แต่หลังจากที่ครองราชได้ไม่นาน อ่องเต้พระองค์ใหม่ก็เกิดเบื่อหน่ายทางโลก จึงออกบวชเพื่อบำเพ็ยเป็นเซียน ต้องผ่านการทดสอบเบื้องต้นสามพันอย่างจนได้ร่างเซียนทองคำ แล้วยังต้องเดินหน้าเข้ารับการวัดผลต่อไปในระดับเลเวลที่สูงขึ้น กว่าจะสำเร็จเป็น เง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้มีอำนาจเหนือสามโลก มนุษย์ สวรรค์ บาดาล สิบทิศ ทิศทั้งแปด บนและล่าง สี่กำเนิด เกิด แก่ เจ็บ ตาย และหกภพภูมิ สวรรค์ มนุษย์ ปีศาจ นรก เดรัจฉาน ผีเปรต เรียกได้ว่าบิ๊กเบิ้มของจริง โดยเง้กเซียนอ่องเต้องค์ปัจจุบันเป็นลำดับที่ 18 ทรงพระนามว่า กวนอู

เจ้าแม่ ซีหวังหมู่ ราชินีแห่งสวรรค์

            เมื่อมีเทพผู้ปกครองสวรรค์แล้ว ก็ต้องมีเทพธิดาผู้เป็นภรรยาด้วยสิ เจ้าแม่ชีหวังหมู่คือ พระมเหสีของเง็กเซียนฮ่องเต้ ที่คนไทยรู้จักกันในนาม “กิมบ่อเนี้ย” ทำหน้าที่ปกครองเทพฝ่ายหญิงทั้งหมด มีบทบาทสำคัญในการส่งเซียนองค์ใดองค์หนึ่งลงไปยังโลกมนุษย์และดูแลสวนท้อทิพย์ เมื่อถึงวันเกิดของท่าน วันที่สามเดือนสามเหล่าทวยเทพก็จะไปร่วมงานเลี้ยงกินท้อสวรรค์นี้กัน ตามตำนานกล่าวว่า ผลท้อสวรรค์ 3000 ปี จึงจะสุกครั้งหนึ่ง เห้งเจียหรือหงอคงก็กินท้อนี้ จึงอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า ลูกท้อจึงเป็นเครื่องหมายของความมั่นคงยืนยาวดังนั้นรูปของเม้าแม่ชีหวังหมุ่จึงมักถือท้อเป็นสัญลักษณ์ เจ้าแม่ชีหวังหมู่ทรงมีธิดาทั้งหมดยี่สิบสามองค์ และมีตำนานเล่าว่าท่านเป็นนักสิทธิสตรีตัวยง เมื่อครั้งที่ท่านเห็นมนุษย์ให้ความสำคัญกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากหญิงที่เป้นภรรยาคนไหน มีลูกชายให้สามีไม่ได้ก็จะถูกประณาม ทำให้เจ้าแม่ชีหวังหมู่โกรธมาก ท่านจึงไปปรึกษาพระยูไลเพื่อสร้างหินเสี่ยงทายขึ้นมาสามก้อน เพื่อกำหนดเพสของเด็กของแต่ละครอบครัวส่วนใครจะได้ลุกเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือ จะเป็นหมัน ขึ้นอยู่กับว่าก้อนหินจะเสี่ยงทายให้บุตรอย่างไร เช่นนี้ เมื่อภรรยาให้กำเนิดบุตรชายหรือบุตรสาวก็จะเป็นเรื่องที่สวรรค์ลิขิตมาแล้ว ไม่ใช่ความผิดของผู้หญิงอีกต่อไป